วันแรกที่มาอยู่กับเรา^^
(ได้ของขวัญเปนถ้วยข้าวเซรามิคและมีน้องเหมียวเลกๆเกาะอยู่ค่ะ)หุ ๆ ๆ
คำ่คืนแรกกับเราค่ะ^^
เมื่อวันเสารที่สิบห้าสิงหาคมที่ผ่านมา
เราได้มีโอกาสไปเดินเล่นและดูโน่นนี่กันที่เจเจ(อากาศร้อนมั้กๆ)
เราเดินจูงมือกันไปแบบสบายๆและไม่รีบร้อนอะไรทั้งนั้น
แล้วพลันสายตาของพี่แก้วบังเอิญมองไปที่ซุ้มๆหนึ่งที่เขาประกาศไว้ว่าแจกฟรีน้องแมว
"เนื้อเต้นตุบๆ"เลยค่ะเมือ่เหนเปนแบบนั้น
(ก็คนมันกำลังอยากมีแมวเปนของตัวเองอีกสักครั้งอ่ะ
จะรอช้าไห้ใครมากระซิบบอกว่าเดินไปซิอยู่ทำไมชะมะ )
พี่แก้วจูงมือฉันเดินไปที่ซุ้มนั้นทันที
น้องแมวหลายสิบตัวที่บ้างก็อยู่ในกรงตามลำพัง
บ้างก็อยู่กันเปนหมู่คณะ(หุ ๆ ๆ อย่างกะคอนโดฯแมว)ก็มีค่ะ
หลายตัวสบตากับเราอย่างอ้อนวอนและบางที่ก็เหมือนอยากจะบอกว่า
"หนูร้อนจังเลยและหนูก็อึดอัดมากๆเลยค่ะพี่(น่า)ที่โดนอยู่ในเนี้ยยอ่ะ"
เง้ออ...แต่ฉันในวันนั้นก็ทำได้แค่สบตากะมันเท่านั้น
แต่พี่แก้วซิ...อดทนไม่ไหวเอานิ้วแตะๆทักทายน้องแมวหลายตัวเลย
ฉันก็ทำตามบ้าง(ไม่เหนจะยาก)แต่มันบางตัวก็...ถือตัวไม่เบาค่ะ(หุ ๆ ๆ)^^
บางตัวทำขนพองใส่...บางตัวก็ยกมือมาปัดนิ้วฉันที่แค่แตะๆลำตัวเองอ่ะ(มันคงหงุดหงิดและร้อนอ่ะค่ะ)
สุดท้ายพี่แก้วก็สอบถามเจ้าหน้าที่ๆยืนคอยไห้บริการด้านข้อมูลแมว
เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องรอสัมภาษก่อนนะคะถึงจะมอบแมวไห้ไปเลี้ยงได้
... .... .... ... .... .... ...
เราเดินจากซุ้มนั้นมาอย่างเงียบๆ
ฉันเหมือนได้ยินเสียงดวงใจที่พลาดหวังของใครบางคนร้องไห้เบาๆในขณะที่เราเดินจากซุ้มนั้นมา
ฉันเหมือนได้ยินคำถามจากหัวใจของใครบางคนดังกึกก้องในความเงียบที่แสนเซงแซ่
ทั้งๆในขณะที่ผู้คนก็เดินขวักไขว่กันไปหมดในตอนนั้น...
"ทำไมต้องรอสัมภาษด้วยนะ...ไม่รู้เหรอฉันนี่แหล่ะสุดยอดของคนรักแมวเลยล่ะ!!"
... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...
"ไปหาอะไรเยนๆกินกันดีกว่านะคะ...แล้วเราค่อยเดินกลับไปที่ซุ้มน้องแมวกันอีกที"
ฉันเศร้าเลกๆอย่างบอกไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้นและทำไมต้องพุดแบบนั้นออกไป
และเราต่างก็คิดว่า...คอยดูนะ
คนที่มารับแมวไปแบบฟรีๆ(และไม่ว่าจะได้ด้วยสัมภาษหรือด้วยอะไรก็ตาม)จากซุ้มนั้นอ่ะ
ใครบางคนในนั้น(อาจ)จะต้องเปนพ่อค้าหรือแม่ค้าที่นิยมค้าชีวิตสัตวเปนๆแฝงตัวมาแน่ๆ
และพวกเขาต้องดีใจมากมายที่มีคนนำตัวทำเงินทำทองมาแจกฟรีถึงลานบ้าน(แบบเจเจ)แบบนี้
... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...
เรานั่งทานไอศกรีมมะพร้าว(เจ้าไม่ประจำเพราะเจ้าเดิมไม่มาขาย)กันแบบสบายๆ
และแน่นอนที่สุดวันเสารที่สิบห้าของเราสุดแสนที่จะเปนวันแห่งความพลาดหวังค่ะ
แต่...มันก็เปนอีกวันที่คอบยอกเราว่า
"เฮ้...พรุ่งนี้ยังมีหวัง...ลองมาที่นี่อีกครั้งนะคะ"
ใช่...หลังจากที่กินอะไรกันพอแค่รู้สึกอิ่มๆเราก็กลับบ้าน
โดยที่ไม่แวะไปที่ซุ้มน้องแมวอีก(กลัวและสงสารคนบางคนจะพลาดหวังซ้ำสอง)ค่ะ
"นินาพรุ่งนี้เรามากันไหม่นะคะ...พี่อยากได้น้องแมวว"
(แง ๆ ๆ...เสียงดวงใจของพี่แก้วนี่เองที่แอบร้องไห้)
"ค่ะ...แล้วพี่ก็คงไม่ลืมแผ่นหนังที่ต้องนำไปเปลี่ยนอีกนะคะ"
"จ้า...พี่ไม่มีวันลืมอีกเดดขาด" หุ ๆ ๆ ๆ ^^
... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...
เย่วันอาทิตยแย้วว...ดีจายย ๆ
"พี่แก้ววว กุดมอรนิงค่ะ"(..............................................................)^^
สี่โมงเยนกว่าๆเราก็ออกจากที่พักไปเจเจกัน
(วันนี้เราใช้บริการรถเมลปรับอากาศครึ่งทาง
และอีกอีกครึ่งทางก็ใช้บริการรถไฟฟ้าไต้ดินค่ะ
ชอบจังภายในตู้โดยสารก็สะอาดดีและสะดวกสบายในระดับหนึ่งค่ะ)
"วันนี้อากาศดี...เจเจร่มเยนเปนพิเศษนะคะพี่แก้ว"
"ก็...แน่นอนล่ะก็นี่มันเยนแล้วนี่เคอะนิน่า...หุๆๆ^^"
เราเดินจูงมือกันไปที่ร้านขายแผ่นหนังพร้อมทั้งขอเปลี่ยนมันทั้งชุดเลยเพราะมีปัญหาเรื่อง....
(ฉันไม่ทราบปัญหาหรอกแต่พี่แก้วบอกว่ามันมี)
เปลี่ยนเสรจก็เดินทอดน่องสบายๆในยามเยนและวันนี้ดูเหมือนที่นี่
ผู้คนมาเยี่ยมชมกันอย่างบางเบาค่ะหรือเพราะเยนแล้วไหมนะ^^
และบางร้านก็กำลังเกบของบางร้านก็เชิญชวนให้ช่วยอุดหนุนสินค้ากันในรอบก่อนปิดร้าน
"พี่แก้วววว...น้องแมววว...เหนน้องแมวไหมม"
"หุ ๆ ๆ...เหน ๆ...ป่ะ ๆ ๆ................."
"สีร้อยห้าสิบ...เอาไหม...ราคาต่อรองกันได้ถ้าน้องจะเอาจริงๆ"
"ตั้งสี่ร้อยห้าสิบแน่ะ...มันยังไม่หย่านมเลยด้วยนะน่า"
"ใช่...น่าก็ว่าแบบนั้น...แต่พี่อยากได้?"
"ค่ะพี่อยากได้...อยากได้ตัวขาวลายจุดสีดำอ่ะมันน่ารักนิน่าดูมันจิ"
ฉันสบตากับน้องแมวเลกๆตัวนั้นพร้อมทั้งรู้สึกสงสารพวกมันจับใจ
ชีวิตเลกๆสี่ชีวิตในกรงสีน้ำเงินที่เหนือกรงมีลูกกระรอกขนสีทองที่ขนเพิ่งงอกปกคลุมเตมตัว
แต่มีโซ่คล้องขาเลกๆของมันเอาไว้เดินวนไปวนมาอยู่ด้วยหนึ่งตัว
ฉันก็ไม่รู้นะว่าแมวน้อยเหล่านี้กับเจ้ากระรอกนั้นรู้จักกันไหม
อีกทั้งกรงข้างๆอีกกรง(ที่ถัดจากกรงน้องแมว)ก็มีแมวอีกตัวอยู่ในนั้น(แต่ตัวนี้โตกว่านิดหน่อย)ค่ะ
และบนหลังกรงก็มีลูกงูเหลือม(ฉันคิดว่าใช่นะ)ตัวเลกๆยาวๆที่กำลังจะเริ่มอ้วน
นอนขดอยู่ในกล่องพลาสติกอีกตัวนึง(โอวว พระเจ้า......พวกมันคงมีบาปใช่ไหมจึงโดนแบบนี้)
น้องแมวขาวจุดสีดำที่พี่แก้วหมายปองนอนขดตัวกันกับเพื่อนแมวอีกสามตัวอย่างอึดอัดภายในกรงแคบๆ
"พี่แก้วคะเราเดินไปซื้อของกันก่อนนะคะ
และถ้ามันจะต้องไปกับเราในวันนี้
มันต้องอยู่คอยเราไม่ว่าด้วยเหตผลอะไรทั้งนั้น"
"ก็ด้ายยย...ค่ะ...ป่ะ...ไปกันเถอะ" ยิ้ม ๆ ^^
... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...
ในที่สุดเราก็ซื้อของที่ตั้งใจไว้จนครบหมดทุกอย่าง(และอย่างเรวมากๆเพราะเยนมากๆแล้วด้วย)
เราเดินมาถึงหัวมุมก่อนถึงร้านขายน้องแมว
เสียงกระจายเสียงเพลงเคารพธงชาติในตอนเยนก็ดังขึ้น
พี่แก้วดึงมือฉันเบาๆพร้อมทั้งบอกว่า
"หยุดเดินสักแว้บบนะคะเคารพเพลงนี้กันก่อนนค่ะ"
ในขณะที่เราหยุดแล้วยืนนิ่งๆ
ภาพผู้คนที่เดินขวักไขว่หยุดลงกระทันหันอย่างกะโดนคำสาปมันสวยยและแแปลกตามากๆในตอนนั้น
ทุกอย่างเงียบไปหมดได้ยินแค่เสียงเพลงตามเส้นสายจากเครื่องกระจายเสียงนั้นเท่านั้นที่ดังอยู่
"พี่แก้วคะเกบภาพซิ...สวยทุกมุมเลยด้วยยเหนไหม" ฉันแอบกระซิบบอกพี่แก้ว
"ใช่ ๆ...เอากล้องม่ะ"
ฉันก็ไม่รุ้ว่ากี่ภาพที่พี่แก้วกดไปมาอย่างกะมืออาชีพอ่ะ
(และแน่นอนที่สุดพี่แก้ววรักการถ่ายภาพค่ะ)
"น่าจะรอดูที่บ้านละกันนนะคะ" ยิ้ม ๆ
เมื่อเพลงชาติจบลงเราก็เดินไปเรื่อยๆ
"นิน่าจำได้ใช้ไหมคะว่าน้องแมวอยู่ทางนี้"
"ค่ะน่าจำได้...แต่น่าก็ไม่แน่ใจ"(ก็ฉันมะช่ายคนเมืองหลวงนี้นี่นา)
"งืม ๆ...ขอให้ยังอยู่น้าาแมวน้อยย...แล้วเราจะกลับบ้านด้วยกัน"
"พี่แก้ววคะ...ต่อรองราคาเขาอีกนิดนะคะ"
"อ้าวหรอ...ต้องต่อเท่าไหร่ดีล่ะ"
"สองร้อย"
"โหหหหหหหหหหหหหหหห!!สองร้อยย!!"
"ช่ายสองร้อย...น่าหนึ่งร้อยพี่หนึ่งร้อย
และถ้ามันจะเปนของน่ากับพี่มันต้องได้และไม่มีเหตผลที่จะไม่ได้"
"งืม ๆ...พี่จะลองต่อดู...แต่...นิน่าา..อ่ะ"
"ว่าไงสนใจตัวไหนน้อง..มะกี้มาดูแล้วนี่ใช่ไหมจำได้"
"ค่ะใช่เรามาดูแ้ล้ว...และอยากได้เหมือนเดิม"
"ตัวไหนล่ะเลือกซิ...สีร้อยละกันจะเกบร้านแล้ว
แต่ลดได้...ว่ามาเลยจะไห้เท่าไหร่"
"สองร้อยค่ะพี่"(มือเยนไปหมดเลยคนต่อรองอ่ะเพราะฉันกุมมือเอาไว้)
"โหหหหหหหหหหห น้อง!! มะเช้าพี่เปิดตัวที่สีร้อยหกสิบนะ
แล้วนี่น้องเล่นมาต่อแบบเนี้ยยอ่ะพี่ว่า....."
"นะ ๆ..นะคะ...หนูมีเงินแค่สองร้อยจริงๆ
และอีกอย่างที่ๆหนูพักอ่ะ...เขาไม่ไห้เลี้ยงสัตวหรอก
แต่หนูรักมันจริงๆ..และเนี่ยย...ถ้าพี่ให้สองร้อย
หนูก็จะแอบเอามันขึ้นไปเลี้ยง...นะ ๆ..สองร้อยนะคะพี่"
"เอางี้..ม่ะ...ไปขอต่อรองกับเจ้าของมันเองเลยละกัน.ตามพี่มา"
แม่ค้าน้องแมว(ที่ท่าทางเหมือนจะแจกฟรีแต่อยากได้เงินอยู่)เดินนำหน้าไปในตรอกเลกๆ
ข้างหลังตรงที่ๆเธอวางน้องแมวขายอ่ะแหล่ะ
"นิน่าไปกะพี่ด้วยมาเรว"
"ค่ะ"
เราเดินจูงมือตามแม่ค้ากันเข้าไปในตรอกนั้น
อาเจ้คนนั้นไปจอดที่ตรงผู้ชายคนนึงพร้อมทั้งพุดว่า
"เขาขอสองร้อยให้มะ"
ผู้ชายคนนั้นมองมายังฉันกับพี่แก้วด้วยสายตาที่แบบคล้ายๆงงๆ
"โอเค..ได้ ๆ...สองร้อยให้ไปเลย"
"เย่ ๆ...ได้น้องแมวแล้วววววววววววววพี่แก้ววจ๋าา หุ ๆ ๆ"
ฉันเอามือไปรับเจ้าตัวเลกที่ไม่ใช่น้องขาวลายจุดจากเจ้แม่ค้ามากอดแนบอกทันที
"ไปอยู่กับพี่เขาดีๆนะเหมียวว...ต่อสุดริดเจงๆเรยน้อง หุ ๆ ๆ"
"ค่ะ...ขอบคุณนะคะที่ลดราคาไห้เรา"
พี่แก้วส่งเงินไห้เขาไปพร้อมทั้งรับกล่องนมตราวัวแดงเปนของฟรีค่ะ
(หุ ๆ ๆ...ชีวิตของแมวมีกล่องนมเปนบ้าน...เหอ ๆ ๆ..ชีวิต)
... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...
"นิน่า...เราจะเรียกมันว่าไรดีคะ"
"ดาวเรืองนะคะ...ก็แมวอีกตัวของพี่แก้วที่ยกไปเลี้ยงที่บ้านพี่จอยชื่อมะลิ
ตัวนี้เปนน้องสาวว...ให้ชื่อดาวเรืองนะคะ"
"อาหะ...ได้...ดาวเรืองงก้ดาวเรืองง
และนิน่ารู้ไหมคะพี่ถุกหวยตั้งสิบบาทแน่ะวันนี้(สิบหกสิงหาคม)
และพี่อ่ะอยากไห้ชื่อ"มารวย"ด้วยค่ะ"
5555555555555555555555555555+
ดาวเรืองมาปุ้บพี่แก้วถุกหวยปึ้บ
เอ๊ะ...หรือจริงๆแล้วดาวเรือง...มันอยากชื่อ"มารวย"นะ?
แต่ฉันรักดาวเรืองงง...เดกหญิงดาวเรืองสีขาวดำนะเอออ :D