คิดถึงนะ(ว้อย)^^

posted on 05 Aug 2010 06:48 by kumanleaw

จะพูดไปแล้วก็คิดถึงคนนั้นจัง

 " คนที่เราดันให้ดังอ่ะ"

 ป่านนี้ทำอะไรอยู่นะ...

ยังคงนั่งค้นหาความผิดของผู้อื่นอยู่อีกหรือเปล่า

หรือว่ากำลัง " สรรสร้างความผิดบนความถูกต้อง(และพอใจของคนกลุ่มตนกลุ่มเดียว)นะ"

จะอย่างไรก็...




ขอให้กระทำแต่ความดีความชอบของคนหมู่มากและไม่ทำไห้คนหมู่น้อยเดือดร้อนก็พอนะ"ตัวเอง"

และขอให้พึงคิดก่อนทำในทุกๆการกระทำได้ด้วยก็จักดี

ก็ไม่มีอะไรมากมาย

แค่ระลึกถึง...สิ่งที่เลวร้ายที่สุดท้ายแล้วกลายเป็นดีได้น่ะ^^

ชีวิตก็แบบนี้แหล่ะ" โง่ก่อนฉลาดขึ้นเสมอนะคนเรา"?

 

ด้วยรักจาก...นางสวรรค์ค่ะ...เง้ยย มิใช่ๆ

จาก นางฟ้า(มาจากนรก)ค่ะ^^

 

วันภาษาไทย

posted on 30 Jul 2010 06:05 by kumanleaw

นานแล้วที่ไม่ได้เข้ามาอัพบล็อคแสนห่วยแตกอันนี้

นานจนคนบางคนหยิบยกเอาเรื่องราว...เมื่อคราวครั้งที่เขายังไม่ฉลาด(5555)เอาไปเหน็บได้อีก

คิดดูเอาเถอะฉัน...ฮอตซะมะมี?  

ก็ขนาดอยู่ดีๆก็ยังมีคน"ริบังอาจ"มาคิดถึงในทางที่เขาถนัด(เหน็บ)ซะอีกนิ 55555 

 ช่างมัน...ฉันไม่แคร์...แต่มันอ่ะแคร์ฉันเป็นอันเด็ดขาด...ฉันเชื่อ หุ ๆ ๆ^^

... ... .. ..... ....

 เมื่อวานวันภาษาไทยของประเทศชาติไทย

ฉันเห็นผักชีเกลื่อนประเทศเลย...เขาเอามาทำอะไรกันนะอยากรู้จัก 555555555

แต่เท่าที่ฉันคิดได้...ฉันว่าต้องเอามทำต้มยำกุ้งแง๋ม ๆ...คงอร่อยน่าดูชมล่ะ

"ผักชีโรยหน้าเนี่ยย!!!^^

 แต่..แหมม...เสียดายจังที่ฉันมิได้เป็นผู้ที่ได้ถือถ้วยผักชีนั้น!! 5555555555

.... .... ................................. ................. ..................................

ก็ไม่มีอะไรมากมาย

 

ก็แค่อยากมาอัพเรื่องราวห่วยๆที่ได้พบเห็นมาเก็บไว้เป็นสมบัติ(ห่วย)ส่วนตัวสักอย่างก็แค่นั้นอ่ะ

ดีใจม้ะ...ที่อ่านจบซะที...หืมม ^^

 

ปล.ถ้าคุณคิดเหมือนฉันก็กรุณาอย่ามา....ล้าาาลาา...บายใจ๊งงบายยจัยยอัยยย^^



 



มันเป็นอะไรที่...ที่อธิบายยากจริงๆกับสิ่งที่เรียกว่า
"คนหรือมนุษย์"

หลายครั้งที่ฉันพยายามจะเข้าใจคนอื่นไห้มากๆในทุกๆการกระทำของพวกเขา
หากแต่สุดท้ายแล้ว...
กลับกลายเป็นว่า
ตัวฉันนี้แหละที่ต้องตกเป็น"คนที่คนอื่นๆเข้าใจ(ในตัวฉัน)ได้ยาก"ที่สุด
(ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรและทำไมจึงกลับกลายเป็นแบบนี้)

เช่น....ฉันพยายามจะบอกใครๆว่า"คำว่าฉัน"(ที่ออกจากปากของทุกๆคน)คือคำที่ดีเลิศกว่าใครทั้งนั้น
กล่าวคือ
ฉันแค่อยากบอกว่า
คนทุกคนล้วนมองไม่เห็นความผิดของตัวเอง
หากแต่ความผิดของคนอื่นแม้เพียงแค่เท่าอุจาระมด(มีไหมนะอุจาระมดอ่ะ)ก็ยังอุตส่าห์ไปมองเห็นความผิดของเขา
แต่ในขณะเดียวกันความผิดของตัวเองก็กลบเกลื่อนปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้อย่าง"เปิดเผย"(ได้อิก)
และถึงแม้ความผิดของตัวเองจะยิ่งใหญ่เท่าภูผา
หากแต่ก็ยังสามารถยกโน่นยกนี่มาบรรเทาไห้เล็กลงและหรือหมดความผิดนั้นไปได้อย่างน่ามหัศจรรย์

และแน่นอนที่สุดตัวฉันเองก็ใช่ว่าเป็นผู้วิเศษบริสุทธิ์หมดจดจากสิ่งเลวร้ายทั้งหลาย
แต่ฉันก็มั่นใจว่าฉันยินดีเสมอที่จะกล้ารับผิดในสิ่งที่ฉันได้กระทำ
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องหมายความว่า
"ฉันอยากทราบเหตุผลถึงความผิดของฉันว่ามันผิดแบบไหนและผิดในความรู้สึกของใคร"
และ"คำว่าฉันที่ออกจากปากของฉันคนนี้"จะไม่มีวันแปลว่า...
ดีที่สุดและถูกต้องที่สุดกว่าใครบนโลกใบนี้เป็นเด็ดขาด
ด้วยเพราะฉันเข้าใจว่า"คำว่าคุณ" คือ หนึ่งคำที่ต้องการความหมายที่แปลว่า"ดีกว่าฉัน"เสมอ

ขอบคุณค่ะ

ปล.พระเจ้าที่รักได้โปรดทำไห้ใครสักคนเข้าใจในสิ่งที่ฉันพยายามบอกด้วยเถอะ....ฉันขอวิงวอนด้วยหัวใจ

 

hI...Mah nam3s Chaba.Im Daoreun9's sis. [Im Nina's cat.]

 

 

 หนูคิดถึงน้อง"ดาวเรือง"จัง

ส่งเมล์ไห้น้อง(ดาวเรือง)ดีไหมนะ หุ ๆ ๆ^^

 

ถึงหนูจะซน...แต่หนูก็ไม่ดื้อนะคะ^^

 

 หนูมั่นใจมากค่ะ(ว่าหนูไม่ดื้อ)หุ ๆ ๆ ^^

 

 

 

กำลังจ้องตากัน...จากนั้นก็กระโดดเข้าใส่(กล้อง)หุ ๆ ๆ^^

 

 

 

สวัสดีค่ะ...หนูชื่อ"พี่ชบา"นะคะ

หนูมีน้องสาวชื่อว่า"น้องดาวเรือง"

หนูกับน้องอาศัยอยู่กันคนละบ้านนะคะ

และแน่นอน...หนูกับน้อง...เราไกลกันมากกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร(อยากกอดกันก็ทำไมได้)

แต่...มันไม่ใช่ปัญหาของเรานะคะ

เพราะอีกไม่นานเราจะอยู่ด้วยกันแล้ววจ้าา^^

และเชื่อไหมคะ...ถึงแม้น้องดาวเรืองจะเป็นน้องของหนู

แต่เราไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย...และหนูเองก็...ก็เพิ่งได้เป็นพี่สาวของ"น้องดาวเรือง"ค่ะ

หนูแค่อยากบอกว่า...ถึงหนูจะเป็นได้เป็นพี่สาวแล้ว

แต่น้องดาวเรืองของหนูได้เป็นส่วนหนึ่งของ"ครอบครัวของเรา"ก่อนหนูค่ะ

ปล.แต่หนูไม่ได้เป็นลูกเมียน้อย...นะค่ะ ^^

หนูกับน้องค่ะ^^

ดาวเรือง(มารวย)ค่ะ^^

posted on 20 Aug 2009 07:52 by kumanleaw

 

วันแรกที่มาอยู่กับเรา^^

(ได้ของขวัญเปนถ้วยข้าวเซรามิคและมีน้องเหมียวเลกๆเกาะอยู่ค่ะ)หุ ๆ ๆ

 

 

 คำ่คืนแรกกับเราค่ะ^^

 

เมื่อวันเสารที่สิบห้าสิงหาคมที่ผ่านมา

เราได้มีโอกาสไปเดินเล่นและดูโน่นนี่กันที่เจเจ(อากาศร้อนมั้กๆ)

เราเดินจูงมือกันไปแบบสบายๆและไม่รีบร้อนอะไรทั้งนั้น

แล้วพลันสายตาของพี่แก้วบังเอิญมองไปที่ซุ้มๆหนึ่งที่เขาประกาศไว้ว่าแจกฟรีน้องแมว

"เนื้อเต้นตุบๆ"เลยค่ะเมือ่เหนเปนแบบนั้น

(ก็คนมันกำลังอยากมีแมวเปนของตัวเองอีกสักครั้งอ่ะ

จะรอช้าไห้ใครมากระซิบบอกว่าเดินไปซิอยู่ทำไมชะมะ )

พี่แก้วจูงมือฉันเดินไปที่ซุ้มนั้นทันที

น้องแมวหลายสิบตัวที่บ้างก็อยู่ในกรงตามลำพัง

บ้างก็อยู่กันเปนหมู่คณะ(หุ ๆ ๆ อย่างกะคอนโดฯแมว)ก็มีค่ะ

หลายตัวสบตากับเราอย่างอ้อนวอนและบางที่ก็เหมือนอยากจะบอกว่า

"หนูร้อนจังเลยและหนูก็อึดอัดมากๆเลยค่ะพี่(น่า)ที่โดนอยู่ในเนี้ยยอ่ะ"

เง้ออ...แต่ฉันในวันนั้นก็ทำได้แค่สบตากะมันเท่านั้น

แต่พี่แก้วซิ...อดทนไม่ไหวเอานิ้วแตะๆทักทายน้องแมวหลายตัวเลย

ฉันก็ทำตามบ้าง(ไม่เหนจะยาก)แต่มันบางตัวก็...ถือตัวไม่เบาค่ะ(หุ ๆ ๆ)^^

บางตัวทำขนพองใส่...บางตัวก็ยกมือมาปัดนิ้วฉันที่แค่แตะๆลำตัวเองอ่ะ(มันคงหงุดหงิดและร้อนอ่ะค่ะ)

สุดท้ายพี่แก้วก็สอบถามเจ้าหน้าที่ๆยืนคอยไห้บริการด้านข้อมูลแมว

เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องรอสัมภาษก่อนนะคะถึงจะมอบแมวไห้ไปเลี้ยงได้

... .... .... ... .... .... ...

เราเดินจากซุ้มนั้นมาอย่างเงียบๆ

ฉันเหมือนได้ยินเสียงดวงใจที่พลาดหวังของใครบางคนร้องไห้เบาๆในขณะที่เราเดินจากซุ้มนั้นมา

ฉันเหมือนได้ยินคำถามจากหัวใจของใครบางคนดังกึกก้องในความเงียบที่แสนเซงแซ่

ทั้งๆในขณะที่ผู้คนก็เดินขวักไขว่กันไปหมดในตอนนั้น...

"ทำไมต้องรอสัมภาษด้วยนะ...ไม่รู้เหรอฉันนี่แหล่ะสุดยอดของคนรักแมวเลยล่ะ!!"

... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...

"ไปหาอะไรเยนๆกินกันดีกว่านะคะ...แล้วเราค่อยเดินกลับไปที่ซุ้มน้องแมวกันอีกที"

ฉันเศร้าเลกๆอย่างบอกไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้นและทำไมต้องพุดแบบนั้นออกไป

และเราต่างก็คิดว่า...คอยดูนะ

คนที่มารับแมวไปแบบฟรีๆ(และไม่ว่าจะได้ด้วยสัมภาษหรือด้วยอะไรก็ตาม)จากซุ้มนั้นอ่ะ

ใครบางคนในนั้น(อาจ)จะต้องเปนพ่อค้าหรือแม่ค้าที่นิยมค้าชีวิตสัตวเปนๆแฝงตัวมาแน่ๆ

และพวกเขาต้องดีใจมากมายที่มีคนนำตัวทำเงินทำทองมาแจกฟรีถึงลานบ้าน(แบบเจเจ)แบบนี้

... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...

เรานั่งทานไอศกรีมมะพร้าว(เจ้าไม่ประจำเพราะเจ้าเดิมไม่มาขาย)กันแบบสบายๆ

และแน่นอนที่สุดวันเสารที่สิบห้าของเราสุดแสนที่จะเปนวันแห่งความพลาดหวังค่ะ

แต่...มันก็เปนอีกวันที่คอบยอกเราว่า

"เฮ้...พรุ่งนี้ยังมีหวัง...ลองมาที่นี่อีกครั้งนะคะ"

ใช่...หลังจากที่กินอะไรกันพอแค่รู้สึกอิ่มๆเราก็กลับบ้าน

โดยที่ไม่แวะไปที่ซุ้มน้องแมวอีก(กลัวและสงสารคนบางคนจะพลาดหวังซ้ำสอง)ค่ะ

"นินาพรุ่งนี้เรามากันไหม่นะคะ...พี่อยากได้น้องแมวว"

(แง ๆ ๆ...เสียงดวงใจของพี่แก้วนี่เองที่แอบร้องไห้)

"ค่ะ...แล้วพี่ก็คงไม่ลืมแผ่นหนังที่ต้องนำไปเปลี่ยนอีกนะคะ"

"จ้า...พี่ไม่มีวันลืมอีกเดดขาด" หุ ๆ ๆ ๆ ^^

... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...

เย่วันอาทิตยแย้วว...ดีจายย ๆ

"พี่แก้ววว กุดมอรนิงค่ะ"(..............................................................)^^

สี่โมงเยนกว่าๆเราก็ออกจากที่พักไปเจเจกัน

(วันนี้เราใช้บริการรถเมลปรับอากาศครึ่งทาง

และอีกอีกครึ่งทางก็ใช้บริการรถไฟฟ้าไต้ดินค่ะ

ชอบจังภายในตู้โดยสารก็สะอาดดีและสะดวกสบายในระดับหนึ่งค่ะ)

"วันนี้อากาศดี...เจเจร่มเยนเปนพิเศษนะคะพี่แก้ว"

"ก็...แน่นอนล่ะก็นี่มันเยนแล้วนี่เคอะนิน่า...หุๆๆ^^"

เราเดินจูงมือกันไปที่ร้านขายแผ่นหนังพร้อมทั้งขอเปลี่ยนมันทั้งชุดเลยเพราะมีปัญหาเรื่อง....

(ฉันไม่ทราบปัญหาหรอกแต่พี่แก้วบอกว่ามันมี)

เปลี่ยนเสรจก็เดินทอดน่องสบายๆในยามเยนและวันนี้ดูเหมือนที่นี่

ผู้คนมาเยี่ยมชมกันอย่างบางเบาค่ะหรือเพราะเยนแล้วไหมนะ^^

และบางร้านก็กำลังเกบของบางร้านก็เชิญชวนให้ช่วยอุดหนุนสินค้ากันในรอบก่อนปิดร้าน

"พี่แก้วววว...น้องแมววว...เหนน้องแมวไหมม"

"หุ ๆ ๆ...เหน ๆ...ป่ะ ๆ ๆ................."

"สีร้อยห้าสิบ...เอาไหม...ราคาต่อรองกันได้ถ้าน้องจะเอาจริงๆ"

"ตั้งสี่ร้อยห้าสิบแน่ะ...มันยังไม่หย่านมเลยด้วยนะน่า"

"ใช่...น่าก็ว่าแบบนั้น...แต่พี่อยากได้?"

"ค่ะพี่อยากได้...อยากได้ตัวขาวลายจุดสีดำอ่ะมันน่ารักนิน่าดูมันจิ"

ฉันสบตากับน้องแมวเลกๆตัวนั้นพร้อมทั้งรู้สึกสงสารพวกมันจับใจ

ชีวิตเลกๆสี่ชีวิตในกรงสีน้ำเงินที่เหนือกรงมีลูกกระรอกขนสีทองที่ขนเพิ่งงอกปกคลุมเตมตัว

แต่มีโซ่คล้องขาเลกๆของมันเอาไว้เดินวนไปวนมาอยู่ด้วยหนึ่งตัว

ฉันก็ไม่รู้นะว่าแมวน้อยเหล่านี้กับเจ้ากระรอกนั้นรู้จักกันไหม

อีกทั้งกรงข้างๆอีกกรง(ที่ถัดจากกรงน้องแมว)ก็มีแมวอีกตัวอยู่ในนั้น(แต่ตัวนี้โตกว่านิดหน่อย)ค่ะ

และบนหลังกรงก็มีลูกงูเหลือม(ฉันคิดว่าใช่นะ)ตัวเลกๆยาวๆที่กำลังจะเริ่มอ้วน

นอนขดอยู่ในกล่องพลาสติกอีกตัวนึง(โอวว พระเจ้า......พวกมันคงมีบาปใช่ไหมจึงโดนแบบนี้)

น้องแมวขาวจุดสีดำที่พี่แก้วหมายปองนอนขดตัวกันกับเพื่อนแมวอีกสามตัวอย่างอึดอัดภายในกรงแคบๆ

"พี่แก้วคะเราเดินไปซื้อของกันก่อนนะคะ

และถ้ามันจะต้องไปกับเราในวันนี้

มันต้องอยู่คอยเราไม่ว่าด้วยเหตผลอะไรทั้งนั้น"

"ก็ด้ายยย...ค่ะ...ป่ะ...ไปกันเถอะ" ยิ้ม ๆ ^^

 ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...

ในที่สุดเราก็ซื้อของที่ตั้งใจไว้จนครบหมดทุกอย่าง(และอย่างเรวมากๆเพราะเยนมากๆแล้วด้วย)

เราเดินมาถึงหัวมุมก่อนถึงร้านขายน้องแมว

เสียงกระจายเสียงเพลงเคารพธงชาติในตอนเยนก็ดังขึ้น

พี่แก้วดึงมือฉันเบาๆพร้อมทั้งบอกว่า

"หยุดเดินสักแว้บบนะคะเคารพเพลงนี้กันก่อนนค่ะ"

ในขณะที่เราหยุดแล้วยืนนิ่งๆ

ภาพผู้คนที่เดินขวักไขว่หยุดลงกระทันหันอย่างกะโดนคำสาปมันสวยยและแแปลกตามากๆในตอนนั้น

ทุกอย่างเงียบไปหมดได้ยินแค่เสียงเพลงตามเส้นสายจากเครื่องกระจายเสียงนั้นเท่านั้นที่ดังอยู่

"พี่แก้วคะเกบภาพซิ...สวยทุกมุมเลยด้วยยเหนไหม" ฉันแอบกระซิบบอกพี่แก้ว

"ใช่ ๆ...เอากล้องม่ะ"

ฉันก็ไม่รุ้ว่ากี่ภาพที่พี่แก้วกดไปมาอย่างกะมืออาชีพอ่ะ

(และแน่นอนที่สุดพี่แก้ววรักการถ่ายภาพค่ะ)

"น่าจะรอดูที่บ้านละกันนนะคะ" ยิ้ม ๆ

เมื่อเพลงชาติจบลงเราก็เดินไปเรื่อยๆ

"นิน่าจำได้ใช้ไหมคะว่าน้องแมวอยู่ทางนี้"

"ค่ะน่าจำได้...แต่น่าก็ไม่แน่ใจ"(ก็ฉันมะช่ายคนเมืองหลวงนี้นี่นา)

"งืม ๆ...ขอให้ยังอยู่น้าาแมวน้อยย...แล้วเราจะกลับบ้านด้วยกัน"

"พี่แก้ววคะ...ต่อรองราคาเขาอีกนิดนะคะ"

"อ้าวหรอ...ต้องต่อเท่าไหร่ดีล่ะ"

"สองร้อย"

"โหหหหหหหหหหหหหหหห!!สองร้อยย!!"

"ช่ายสองร้อย...น่าหนึ่งร้อยพี่หนึ่งร้อย

และถ้ามันจะเปนของน่ากับพี่มันต้องได้และไม่มีเหตผลที่จะไม่ได้"

"งืม ๆ...พี่จะลองต่อดู...แต่...นิน่าา..อ่ะ"

"ว่าไงสนใจตัวไหนน้อง..มะกี้มาดูแล้วนี่ใช่ไหมจำได้"

"ค่ะใช่เรามาดูแ้ล้ว...และอยากได้เหมือนเดิม"

"ตัวไหนล่ะเลือกซิ...สีร้อยละกันจะเกบร้านแล้ว

แต่ลดได้...ว่ามาเลยจะไห้เท่าไหร่"

"สองร้อยค่ะพี่"(มือเยนไปหมดเลยคนต่อรองอ่ะเพราะฉันกุมมือเอาไว้)

"โหหหหหหหหหหห น้อง!! มะเช้าพี่เปิดตัวที่สีร้อยหกสิบนะ

แล้วนี่น้องเล่นมาต่อแบบเนี้ยยอ่ะพี่ว่า....."

"นะ ๆ..นะคะ...หนูมีเงินแค่สองร้อยจริงๆ

และอีกอย่างที่ๆหนูพักอ่ะ...เขาไม่ไห้เลี้ยงสัตวหรอก

แต่หนูรักมันจริงๆ..และเนี่ยย...ถ้าพี่ให้สองร้อย

หนูก็จะแอบเอามันขึ้นไปเลี้ยง...นะ ๆ..สองร้อยนะคะพี่"

"เอางี้..ม่ะ...ไปขอต่อรองกับเจ้าของมันเองเลยละกัน.ตามพี่มา"

แม่ค้าน้องแมว(ที่ท่าทางเหมือนจะแจกฟรีแต่อยากได้เงินอยู่)เดินนำหน้าไปในตรอกเลกๆ

ข้างหลังตรงที่ๆเธอวางน้องแมวขายอ่ะแหล่ะ

"นิน่าไปกะพี่ด้วยมาเรว"

"ค่ะ"

เราเดินจูงมือตามแม่ค้ากันเข้าไปในตรอกนั้น

อาเจ้คนนั้นไปจอดที่ตรงผู้ชายคนนึงพร้อมทั้งพุดว่า

"เขาขอสองร้อยให้มะ"

ผู้ชายคนนั้นมองมายังฉันกับพี่แก้วด้วยสายตาที่แบบคล้ายๆงงๆ

"โอเค..ได้ ๆ...สองร้อยให้ไปเลย"

"เย่ ๆ...ได้น้องแมวแล้วววววววววววววพี่แก้ววจ๋าา  หุ ๆ ๆ"

ฉันเอามือไปรับเจ้าตัวเลกที่ไม่ใช่น้องขาวลายจุดจากเจ้แม่ค้ามากอดแนบอกทันที

"ไปอยู่กับพี่เขาดีๆนะเหมียวว...ต่อสุดริดเจงๆเรยน้อง หุ ๆ ๆ"

"ค่ะ...ขอบคุณนะคะที่ลดราคาไห้เรา"

พี่แก้วส่งเงินไห้เขาไปพร้อมทั้งรับกล่องนมตราวัวแดงเปนของฟรีค่ะ

(หุ ๆ ๆ...ชีวิตของแมวมีกล่องนมเปนบ้าน...เหอ ๆ ๆ..ชีวิต)

... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ... ... .... .... ... .... .... ...

"นิน่า...เราจะเรียกมันว่าไรดีคะ"

"ดาวเรืองนะคะ...ก็แมวอีกตัวของพี่แก้วที่ยกไปเลี้ยงที่บ้านพี่จอยชื่อมะลิ

ตัวนี้เปนน้องสาวว...ให้ชื่อดาวเรืองนะคะ"

"อาหะ...ได้...ดาวเรืองงก้ดาวเรืองง

และนิน่ารู้ไหมคะพี่ถุกหวยตั้งสิบบาทแน่ะวันนี้(สิบหกสิงหาคม)

และพี่อ่ะอยากไห้ชื่อ"มารวย"ด้วยค่ะ"

5555555555555555555555555555+

ดาวเรืองมาปุ้บพี่แก้วถุกหวยปึ้บ

เอ๊ะ...หรือจริงๆแล้วดาวเรือง...มันอยากชื่อ"มารวย"นะ?

แต่ฉันรักดาวเรืองงง...เดกหญิงดาวเรืองสีขาวดำนะเอออ :D